วิกฤตอุทกภัย
    ประเทศไทยประสบอุทกภัยมาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ จากนั้น ก็เพิ่มขึ้นทั้งระยะเวลาและพื้นที่นานกว่า ๓ เดือน รุนแรงกว่าอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๓๘ หรือครั้งใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งนักวิชาการคาดว่า สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ จึงจะคลี่คลาย
กล่าวได้ว่าเป็น 'วิกฤตอุทกภัย' โดยแท้
    ตัวเลขทางการ ณ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่หน่วยงานต่าง ๆ รายงานคณะรัฐมนตรี ยังคงมีอุทกภัย ๒๖ จังหวัด (พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาครฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร) ๑๔๗ อำเภอ ๑,๑๓๒ ตำบล และ ๘,๓๑๙ หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ๗๑๘,๖๐๗ ครัวเรือน ๒,๑๑๐,๑๕๒ คน รัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ รวมทั้งสิ้น ๖๓ จังหวัด มีผู้เสียชีวิต ๓๘๔ ราย สูญหาย ๒ คน โดยมีพื้นที่ซึ่งอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู ๓๗ จังหวัด
    ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เป็นมูลค่ารวมยังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่สิ้นสุดภัย อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการเบื้องต้นไว้ ๑๑๓,๐๐๐ ล้านบาท

คำที่มากับน้ำ
    การเข้าบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจูงมือพี่น้องแกนนำเสื้อแดงมาร่วมรัฐบาลอย่างอุ่นหนาฝาคั่งแล้ว ยังมีมวลน้ำที่ทำลายพนังเป็นรายทางตามมาด้วย ขนาดใช้ชีตไพล์ปักลงไปในดินด้วยแบ็คโฮก็ยังรับแทบไม่ไหว
    แม้ปริมาณน้ำปีนี้ใกล้เคียงกันกับปริมาณน้ำเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๓๘) แต่เพราะฝนตกเร็วกว่าปกติ ๔๕ วัน แถมยังตกเหนือเขื่อนใหญ่ จนเจ้าหน้าที่ต้องเมินคำสั่งนักการเมืองที่ให้กักเก็บไว้ใช้ในการเกษตร จัดแจงพร่องน้ำโครมเดียวกลายเป็นมวลใหญ่ไหลลงมาผสมกับน้ำหลาก ไล่กวาดเรือกสวนไร่นา ถนนหนทาง บ้านเรือน และทรัพย์สินเสียหายหลายแสนล้านบาท พี่น้องคนไทยต้องประสบเคราะห์กรรมจากอุทกภัยไปแล้วกว่า ๙ ล้านคน

อ่านอีคอนนิวส์ฉบับสมบูรณ์
ทั้งเนื้อหา ข้อมูลประกอบ พร้อมภาพ ได้จากฉบับพิมพ์
บนแผงหนังสือชั้นนำหรือสมัครสมาชิก โทร. 0-2953-4502 - 6
หรือเลือกซื้อฉบับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) -- Click!
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org
ฉบับที่ 532
e-Mail (staff only)
กรุงเทพฯ กำลังจมน้ำ
    องค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) แห่งสหภาพยุโรป ระบุว่า ๙ เมืองในทวีปเอเชีย (กัลกัตตา มุมไบ ดัคกา กวางสี เซี่ยงไฮ้ โฮจิมิน ไฮฟอง ย่างกุ้ง และกรุงเทพมหานคร) และ ๑ เมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (ไมอามี) อาจเผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมชายฝั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผลการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อ ๑๐ - ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒ ระบุระดับความรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การนิ่งเฉยจะทำให้สังคมมีความเสี่ยงต่อการล่มสลาย ความเลวร้ายจะมาเยือนอย่างไม่สามารถที่จะเยียวยาได้ทัน ซึ่ง    รัฐบาลหลายประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในลำดับต้น มีการร่างนโยบายและยุทธศาสตร์ ในการเตรียมพร้อมรับมือ
'น้ำท่วม ๗ นิคมอุตสาหกรรม' บทเรียนสำคัญของผู้พัฒนานิคมฯ
    สถานการณ์อุทกภัยที่ได้ลุกลามเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม รวม ๗ แห่ง ได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๗ แห่งนี้ มีโรงงานรวมกันประมาณ ๘๔๐ โรงงาน อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๕ แห่ง ซึ่งมีโรงงานประมาณ ๕๗๐ โรงงาน ขณะที่ปทุมธานีมีนิคมอุตสาหกรรม ๒ แห่ง ซึ่งมีโรงงานประมาณ ๒๗๐ โรงงาน ทั้งหมดมีการจ้างงานกว่า ๔๓๐,๐๐๐ คน และมีมูลค่าการลงทุนประมาณ ๔๐๖,๘๐๐ ล้านบาท โดยนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๗ แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก และโรงงานส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ ๙๐ เป็นนักลงทุนจากต่างชาติ หรือบริษัทร่วมทุนกับต่างชาติ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น
ธนาคารพาณิชย์ไทยร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
    จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างและส่งผลกระทบไปในหลายพื้นที่ ธนาคารพาณิชย์เป็นหนึ่งในธุรกิจภาคเอกชนที่ได้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรูปแบบต่าง ๆ 'อีคอนนิวส์' ได้สำรวจและรวมรวบมาตรการของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านซึ่งอาจเป็นผู้ประสบภัยและเป็นลูกค้าของธนาคารต่าง ๆ ดังนี้
กระทรวงการคลังเปิดมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
    นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี ๒๕๕๔ ซึ่งปัจจุบันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงและกว้างขวาง โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ กระทรวงการคลังได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้
ก.ล.ต. ประกาศมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย
    ก.ล.ต. ประกาศมาตรการผ่อนคลายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยดังนี้
๑. การต่ออายุความเห็นชอบบุคคลธรรมดา เช่น ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการกองทุน ที่อายุความเห็นชอบจะสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ และสามารถทยอยต่ออายุให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕
'ภัยพิบัติน้ำท่วม' ผลกระทบต่อธุรกิจบ้านมือสอง
    สภาวะน้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดบ้านมือสอง ทั้งผู้ซื้อที่ชะลอการตัดสินใจ ผู้ขายไม่ได้ราคา นายหน้าต้องปรับตัว และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังมั่นใจว่าอุปสงค์ยังมีอยู่
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดด้วยตัวเอง
    ก่อนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดควรเริ่มต้นจากการเตรียมตัวเข้าบ้านหลังน้ำลด โดยอุปกรณ์ป้องกันภัยที่จำเป็นมีคือ แว่นตาของช่าง หน้ากากกรองฝุ่น ผ้าปิดปากปิดจมูก ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต ไฟฉาย และหมวกนิรภัย ควรแต่งกายให้พร้อมครบชุดก่อนเข้าไปในตัวบ้านเพื่อความปลอดภัย อย่าประมาท และอย่าไปคนเดียว ต้องมีคนไปรออยู่ด้านนอกด้วยเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น ทั้งมีขั้นตอนการเข้าบ้านในครั้งแรกดังนี้

น้ำ: (๑) ใช้ดีเป็นคุณ ใช้ไม่ดีก็เป็นโทษ
    ...ตามความจริงน้ำหรืออะไรทั้งหมด ทุกอย่างเป็นธรรมดาที่มีทั้งคุณและโทษ ถ้าเราใช้ดี ๆ ก็เป็นคุณ ถ้าเราใช้ไม่ดีก็เป็นโทษ จะค้านว่าเราไม่ได้ใช้ให้น้ำมาท่วมเราก็จริง
แต่การที่น้ำมาท่วมเราก็เป็นความผิดของคนเหมือนกัน
บางทีควรจะกักน้ำเอาไว้เพื่อจะใช้ ก็ทิ้งน้ำลงไป บางทีควรจะปล่อยน้ำออกไป ก็กักเอาไว้ กักเอาไว้ไม่ใช่เฉพาะทำเขื่อนเก็บน้ำ แต่กักเอาไว้โดยทำถนนขวางทางน้ำก็ตาม โดยทำบ้านจัดสรรก็ตาม โดยทำโรงงานก็ตาม ซึ่งกั้นไม่ให้น้ำไหล ดังนั้น น้ำที่กักเอาไว้ก็ไปท่วมชาวบ้าน...