'Startup' แบบไทย ๆ


         'Startup' มีความหมายทั่วไปว่า 'การเริ่มต้น' แล้วฝรั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็นำคำนี้มาใช้ในความหมายทางเทคนิค ที่เป็นการเริ่มต้นอย่างมีวิสัยทัศน์ มีการวางแผน และดำเนินการอย่างเป็นระบบ
    กล่าวโดยสรุป 'startup' ในความหมายทางเทคนิคก็คือ การมองไปข้างหน้าเพื่อค้นหาว่ามีสิ่งใดที่ยังไม่มี ที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือที่ขาดหายไป แล้วพิจารณาว่าจะทำอย่างไรจากสิ่งที่ไม่มี ที่ไม่เกิด ที่ขาดหาย นั้นได้ แล้วใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างต้นแบบ แล้วทดสอบต้นแบบกับกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้มุ่งหวังจำนวนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ต้องกลับมาปรับแก้เช่นนี้ จนมั่นใจได้ว่า 'สิ่ง' (สินค้า/บริการในอนาคต) นั้น ใช้งานได้จริง มีคุณสมบัติเหมาะสมตามสภาพการใช้งาน และมีมาตรฐาน จากนั้น จึงหาผู้ร่วมก่อตั้งและแหล่งทุน เพื่อดำเนินการผลิตและการตลาด แต่ยังต้องติดตามผลจากผู้ใช้ในจำนวนที่อ้างอิงได้ ซึ่งอาจเป็นจำนวนพัน ว่าจะกลับมาใช้ซ้ำหรือไม่ เป็นต้น ถ้ายังไม่เป็นที่พอใจ ก็ต้องพัฒนาหรือแก้ไขใหม่ให้มั่นใจ โดยตั้งเป้าการเติบโตในวิสัยที่เป็นไปได้ เช่น ร้อยละ ๕ ต่อสัปดาห์ภายในไตรมาสแรก เป็นต้น แล้วรักษาอัตราการเติบโตต่อไปให้ได้ภายใน ๓ ปี หรือ ๔ ปี
    การแปลศัพท์นี้ตามความหมายทางเทคนิคแบบสั้น ๆ คงหาคำสื่อความหมายได้ครบค่อนข้างยาก ถ้าไม่เกี่ยงวลีที่ยาวหน่อย คำว่า 'เกิดแบบก้าวกระโดด' ก็น่าจะพออนุโลมได้ เพราะสินค้าหรือบริการใหม่ที่นับจากวันเปิดตัวในตลาด แล้วมีอัตราการเติบโตตลอดระเวลาเวลา ๓ ปี หรืออย่างช้าไม่เกิน ๔ ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ
    แนวคิดกิจการที่ 'เกิดแบบก้าวกระโดด' มีมาหลายสิบปี
    ราวปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา สถาบันการเงินประเภท 'เงินทุนสถาปนา' (venture capital) ในโลกตะวันตก มองเห็นศักยภาพของหนุ่มสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยที่ค้นคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ แต่ไม่สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ บริษัทเงินทุนสถาปนาจึงเข้ามาสนับสนุนในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและสนับสนุนเงินลงทุนในฐานะผู้ร่วมทุน จึงปลอดจากดอกเบี้ย ส่วนเจ้าของนวัตกรรมเป็นผู้บริหารกิจการ
    เมื่อกิจการมีกำไร บริษัทเงินทุนสถาปนาก็จะนำหุ้นที่ลงทุนในกิจการนั้นออกมาจำหน่าย (เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาจะซื้อหรือผู้ใดมาซื้อก็สุดแล้วแต่) ในราคาที่พิจารณาจากมูลค่าตามบัญชีและมูลการตลาด แล้วนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นซึ่งมีมูลค่าเพิ่มไปลงทุนในนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อไป
    แต่ startup แบบไทย ๆ ไม่ได้สวยงามเหมือนโลกตะวันตก เพราะ (๑) มักเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กหรือกลางที่โดดเดี่ยว หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่ได้มีผู้ร่วมทุนหรือที่ปรึกษาอย่าง 'เงินทุนสถาปนา' (๒) ยังเป็นเพียงการตลาดและจัดจำหน่ายในประเทศ เพราะยังมีข้อจำกัดด้วยมาตรฐานของสินค้า หน้าตาบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนอุปสรรค/ปัญหาทางภาษา (๓) โอกาสในการสร้างส่วนต่างราคาเพียงน้อยนิด เพราะสินค้ามีความแตกต่างเพียงส่วนที่เป็นคุณค่าเพิ่ม เช่น สบู่  (๔) ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เข้าไม่ถึง และปัญหาด้านภาษาอีกเช่นกัน และ (๕) ข้อนี้สำคัญมากคือ อุปสรรคในการเข้าถึงเงินทุน เมื่อได้รับ ก็ไม่เพียงพอต่อการลงทุนและเงินหมุนเวียน โดยเฉพาะ เป็นเงินที่มีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ไม่ใช่ในฐานะผู้ร่วมทุนเหมือนเงินทุนสถาปนา - แล้วมันจะเป็นกิจการที่เกิดแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร
    นี่คือ 'startup' แบบไทย ๆ

ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org
  • 'Startup' แบบไทย ๆ
  • 'GoBike-เศรษฐกิจดิจิทัล-Startup' เรื่องเดียวกัน
  • สองปีเมืองไทยในมือ คสช.
  • ทางรอดเศรษฐกิจไทย:
            ปรับนโยบายเชิงโครงสร้าง-เร่งการลงทุน
  • ดัน Startup ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย
  • 'ประสาร ไตรรัตน์วรกุล'
            เปิดกลยุทธ์การปรับตัวรับ 'โลกที่ไม่เหมือนเดิม'
  • ส่งออกปี ๕๙ มีโอกาสโตหรือติดลบน้อยลง
  • แผนฯ ๓ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจประกันตอบสนองทุกกลุ่ม
  • เตรียมคุมเข้มค่าบริการมือถือ/ปรับปรุงการจัดสรรคลื่นความถี่
  • นิทาน ๓ เรื่อง บอกนิสัยคน
  • จากฟ้าสู่ดิน: พระคุณของแหล่งเรียนมา (๓) จุฬาลงกรณ์ฯ
  • อีคอนนิวส์ ฉบับ 587 ประจำเดือนพฤษภาคม 2559
บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click